Home ต่างประเทศ QE คืออะไร และส่งผลอย่างไรกับหุ้นไทย…

QE คืออะไร และส่งผลอย่างไรกับหุ้นไทย…

by admin

QE คืออะไร และมันส่งผลอย่างไรกับหุ้นไทย…

สต็อกมินิทขอเวลาเพียง 1 นาทีเพื่อพาคุณไปส่องว่า QE มีความสำคัญอย่างไรกับตลาดหุ้นไทย…

QE หรือ Quantitative Easing คือมาตรการทางการเงินที่รัฐบาลพิมพ์เงินออกมาเพื่อซื้อสินทรัพย์ของ สถาบันการเงิน เพื่อให้สถาบันเอาเงินก้อนนั้นไปปล่อยกู้และสร้างผลตอบแทน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

QE นั้น ถูกใช้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2001-2006 แต่ได้ถูกนำมาใช้เยอะและบ่อยในอเมริกา คนจึงมักคิดว่า QE เป็นมาตรการของอเมริกาเท่านั้น (ซึ่งไม่จริง เพราะประเทศทางยุโรปก็มีการใช้มาตรการ QE เช่นกัน)

แต่เพื่อความรวบรัดเข้าใจง่าย QE ที่เราจะพูดต่อไปนี้จะหมายถึง QE ในประเทศอเมริกา

รัฐบาลออก QE ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?

ที่ผ่านมาในเร็วๆนี้ ในช่วงที่โควิด 19 กำลังระบาดนี้ รัฐบาลสหรัฐเองก็ได้ออกมาตรการ QE มาอีกระลอกหนึ่งในตอน มีนาคม 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งมีแผนการที่จะอัดฉีดเงินเข้าระบบถึง $700,000 ล้าน (ประมาณ 22 ล้านล้านบาท) และได้ปรับเปลี่ยนในเร็วๆนี้ว่าจะซื้อสินทรัพย์ (หรืออัดฉีดเงินเข้าระบบ) อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หรือ Unlimited

เหตุการณ์ครั้งนี้เอง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเริ่มศรัทธาในค่าเงินดอลล่าร์น้อยลงทุกวันๆ

การที่ประกาศ QE นี้ แต่ก่อนอาจจะช่วยทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัว แต่มาครั้งนี้ ดูเหมือนว่ามาตรการนี้อาจไม่ได้เป็นผลดีมาก เนื่ืองจากตลาดหุ้นทั่วโลกก็ยังคงลงต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหุ้นไทย

สิ่งที่อธิบายปรากฎการณ์นี้ก็อจาเป็นเพราะ 1. นักลงทุนเองมองว่าการที่รัฐบาลอเมริกาอัดฉีดเงินขนาดนี้ มันจะนำมาซึ่งฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่พร้อมแตก และยังเป็นการสุ่มเสี่ยงทำให้เงินเฟ้อเกินไป และ 2. นักลงทุนคงมองว่าสถานการณ์โควิด 19 คงไม่จบง่ายๆและเป็นสงครามเชื้อโรคที่ทุกประเทศต้องรับมือต่อเนื่ืองเป็นระยะเวลาไม่น้อย

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผู้อ่านเองคงสงสัยว่า QE ถูกใช้มากี่ครั้งแล้วหละ…?

QE ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในปี 2008 โดย Fed (ธนาคารกลางของอเมริกา) ประกาศซื้อสินทรัพย์ $800,000 ล้านบาท (ประมาณ 25 ล้านล้านบาท) จากธนาคารในอเมริกา

QE ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2010 โดย Fed เพิ่มการซื้อสินทรัพย์อีก $600,000 ล้าน (ประมาณ 20 ล้านล้านบาท)

QE ครั้งที่ 3 เกินขึ้นในปี 2012 โดย FED อัดฉีดเงินเพิ่มอีก $40,000 ล้าน (ประมาณ 12 ล้านล้านบาท)

มาตรการ QE ดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลในการช่วยคุมให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศต่ำพอที่จะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัวขึ้น ถึงแม้จะไม่มากเท่าที่ Fed ต้องการก็ตาม

ผลกระทบที่ตามมาเห็นได้ชัดในประเทษไทยคือ เวลาที่เงินเพิ่มขึ้นในระบบโลกอย่างรวดเร็ว เงินจำเป็นต้องหาที่ลง และหาแหล่งที่สร้างผลตอบแทนได้ ซึ่งแน่นอนว่าทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ประเทศไทย เป็นที่น่าดึงดูดมากเนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีการเติบโตสูง นั่นจึงทำให้เงินไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วในไทย ในช่วง ปี 2012 และทำให้หุ้นทะยานขึ้นไปถึง 1600+ จุด

QE นั้นยังมีผลในด้านจิตวิทยาและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและสถาบันการเงินในประเทศไทยอีกด้วย

แต่ทว่าเนื่องจากเงินที่ไหลเข้ารวดเร็วในตลาดหุ้นไทยนั้น เป็นเสมือน “เงินร้อน” เพราะเงินที่สถาบันการเงินอเมริกานำเข้ามาซื้อหุ้นในไทย นั้นเป็นเงินที่ “ยืม” มาจาก ธนาคารกลาง และจำเป็นต้องชำระคืน นั่นจึงทำให้เงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2013 ซึ่งทำให้หุ้นไทยดิ่งจาก 1650 มา 1220 ในเวลาไม่กี่เดือน

ทีนี้คงเห็นแล้วนะครับว่า ปรากฎการณ์ QE นั้นอาจเป็นผลดีในระยะสั้นสำหรับตลาดหุ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ก็ให้คำนึงไว้ด้วยว่า QE ก็มีผลในการทำให้คนขาดความเชื่อมั่นในเงินกระดาษ (Fiat money) และอาจเพิ่มความผันผวนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นอีกด้วย

related posts