Home ธุรกิจ หุ้น SPCG ทำอะไร – เจ้าตลาด Solar Farm เจ้าแรก

หุ้น SPCG ทำอะไร – เจ้าตลาด Solar Farm เจ้าแรก

by admin
หุ้น SPCG ทำอะไร - วิเคราะห์หุ้น SPCG - หุ้น SPCG วิเคราะห์ - หุ้น SPCG น่าซื้อไหม

หุ้น SPCG ทำอะไร by Stockminute
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) – [อัพเดท 15/07/20]

มีนักลงทุนหลายๆคนชอบเล่นหุ้นมหาชนที่คนหมู่มากเล่นกัน
แต่มีนักลงทุนอีกกลุ่มที่มักมองหาหุ้นเงียบๆไม่ค่อยมีคนพูดถึงแต่มีพื้นฐานดีและงบการเงินที่ดี

หุ้นสไตล์นี้มีหลายตัวที่มีของดี แต่ไม่ได้เป็นที่จับตาของคนหมู่มาก
SPCG เองก็เป็นหนึ่งในหุ้นนั้น…

SPCG เป็นบริษัทอะไร และทำธุรกิจอะไรบ้าง? มาฟังกันครับ…

SPCG ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนและถือหุ้นบริษัทในเครือ ซึ่งประกอบด้วย 4 ธุรกิจดังนี้:

  1. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มแบบครบวงจร (Solar Farm) พร้อม Maintenance
  2. ธุรกิจติดตั้งหลังคาเหล็กและโครงสร้าง
  3. ธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof)
  4. ผู้แทนจำหน่ายเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) และ SMA Solar Technology AG (SMA) ของประเทศเยอรมัน

รายได้-กำไร ของ SPCG เป็นยังไง?

ปี 2560
SPCG มีรายได้ 6,122 ล้านบาท, กำไร 2,524 ล้านบาท 
ปี 2561
SPCG มีรายได้ 6,046 ล้านบาท, กำไร 2,613 ล้านบาท
ปี 2562
SPCG มีรายได้ 5,322 ล้านบาท, กำไร 2,669 ล้านบาท 
ปี 2563 ไตรมาสแรก
SPCG มีรายได้ 1478.13 ล้านบาท, กำไร 748 ล้านบาท
มีมูลค่าตลาดปัจจุบัน (กรกฎาคม 2563) อยู่ที่ 16,850 ล้านบาท

SPCG มีรายได้จาก ธุรกิจ Solar Farm อยู่ที่ 84.1% ของรายได้รวมบริษัท
4.2% จากธุรกิจเหล็กหลังคา
9.5% จาก ธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคา
0.7% จากการเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) และ SMA Solar Technology AG (SMA)
1.4% จากรายได้อื่นๆ

SPCG นั้นเป็น holding company ซึ่งถือหุ้นในบริษัทลูกตัวเองเช่น:

1. บริษัท โซล่าร์ เพาเวอร์ จำกัด (SPC)
ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนและพัฒนาโซล่าร์ฟาร์ม
2. บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ แอสเซ็ท (SPA)
ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ณ สิ้นปี 2562 SPCG มีจำนวนที่อยู่ภายใต้ SPC อยู่ 34 โครงการ และบริษัท SPA จำนวน 2 โครงการ (รวมกัน 36 โครงการ) โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ รวมทั้งสิ้น 260 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ โซลาร์ ฟาร์มส่วนใหญ่ของ SPCG อยู่ที่ภาคตะวันออกเฉัยงเหนือ เช่น ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และมี 1 โครงการในประเทศญี่ปุ่น

กลุ่มลูกค้าของ SPCG สำหรับ โซลาฟาร์ม มีเพียง กฟภ. รายเดียว
ในส่วนของธุรกิจ โซล่าร์รูฟ (Solar Roof) มีลูกค้าหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มบ้านที่อยู่อาศัย กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และ อาคารพาณิชย์

ในความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง SPCG เป็นบริษัทแรกในไทยที่พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และมีประสบการณ์ยาวนานกว่าา 30 ปี ซึ่งเป็นแบรนด์หนึ่งที่มีความน่าเชื่อถือสูง

อีกทั้งในคุณภาพของโซลาร์ ฟาร์ม เอง SPCG ใช้แผงโซลาร์เซลล์ จาก Kycoera Corporation ซึ่งเป็นบริษัทแนวหน้าเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นกว่า 60 ปี ทำให้บริการและสินค้าของ SPCG นั้นมีคุณภาพที่ดีทนทาน และยังมีการรับประกันคุณภาพที่ยาวนานกว่า 10 ปีอีกด้วย

ความเชี่ยวชาญของบริษัทเอง ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง GULF เองก็เข้ามาทยอยถือหุ้นใน SPCG และถือเป็นสัดส่วนกว่า 10% แล้ว

แต่ถึงกระนั้นเอง
แม้ SPCG จะมีข้อได้เปรียบในแง่ของประวัติบริษัทและคุณภาพของการสร้างโซลาร์ ฟาร์ม เทียบกับเจ้าเล็กรายอื่นๆ
SPCG เองก็มีความเสี่ยงในแง่ของสัญญาที่กำลังจะหมดลงกับ กฟภ ในปี 2567 และต้องคอยหาโครงการใหม่ที่เป็นกระแสรายได้หลักในอนาคต

นอกจากความเสี่ยงด้านนี้ การพัฒนาโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่มักจะต้องอิงจากนโยบายภาครัฐ ซึ่งในปีที่ผ่านๆมา รัฐได้มีการกระตุ้นเรื่องการลดภาษีของธุรกิจที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ SPCG ได้รับอานิสงค์พอสมควร

แต่หากอนาคตมีการกระตุ้นให้พลังงานทดแทนที่มาจากแหล่งอื่น เช่น พลังงานลม พลังงานชีวมวล เข้ามาแทนพลังงานแสงอาทิตย์ SPCG อาจจะไม่ได้ตอบรับได้เต็มที่เนื่องจาก SPCG ชำนาญในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก

———-

Website: Stockminute.co
Facebook: www.facebook.com/stockminute.th
Blockdit: Stockminute
Instagram: Stockminute.th

———-

related posts