Home ต่างประเทศ 5 ปัจจัยหลักที่ทำให้ ราคา ทองคำ ขึ้น หรือ ลง

5 ปัจจัยหลักที่ทำให้ ราคา ทองคำ ขึ้น หรือ ลง

by admin
5 ปัจจัยหลักที่ทำให้ ราคา ทองคำ ขึ้น หรือ ลง - ทำไมราคาทองคำถึงขึ้น? ทำไมราคาทองคำถึงลง?

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุน ระยะสั้น ระยะยาว เป็นนักธุรกิจ หรือเป็นเทรดเดอร์  คุณคงเคยได้ยินเรื่องการซื้อทองเพื่อลงทุน หรือเก็งกำไรแน่นอน

แล้วคุณเคยมีคำถามพวกนี้ไหม

ทำไมราคาทองคำถึงขึ้น?

 ทำไมราคาทองคำถึงลง?

รู้หรือไม่ว่าใน ปี 1833 ราคาทองคำ 1 บาทมีมูลค่าประมาณ 260 บาท เท่านั้น!

ตอนนี้ ราคาทองคำบาทหนึ่ง มีมูลค่ากว่า  20,000 บาท…

การลงทุนในทองคำ ฟังแล้วอาจดูเป็นเรื่องเข้าใจยากเพราะ เป็น สินทรัพย์ระดับโลกที่มีผู้เล่นมากมาย แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนขนาดนั้น

วันนี้ Stockminute จะขอเวลาเพียงหนึ่งนาทีมาอธิบายให้ฟังถึง 5 ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นหรือลง

  1. สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ (ทำให้ทองราคาขึ้น)

ทองคำ หรือที่บางคนตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ว่า “Safe Haven” หรือ สินทรัพย์หลุมหลบภัย มักจะมีราคาปรับเพิ่มขึ้น ตอนที่เศรษฐกิจเป็นขาลง

นั่นเป็นเพราะว่าหากเศรษฐกิจมีการชะลอตัวหรือเติบโต ติดลบ การลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงอย่างเช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ จะเป็นตัวแรกๆ ที่โดนเทขายออกมา ซึ่งเงินก้อนนั้นที่ถูกเทขายออกมามักจะต้องวิ่งไปหาแหล่งเงินที่มีความมั่นคงหรือความผันผวนน้อยลง เช่น ทองคำ เป็นต้น

  • สงครามหรือโรคระบาด (ทำให้ทองราคาขึ้น)

คล้ายๆกับปัจจัยในข้อหนึ่ง นอกจากการที่ทองคำเป็นหลุมหลบภัยในยามที่เศรษฐกิจไม่ดีแล้ว ทองคำยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดีมากแหล่งหนึ่ง เวลาเกิดวิกฤตในระดับโลก เช่นสงคราม หรือ โรคระบาดเช่น ไข้หวัดโคโร่น่าที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปี 2020

เนื่องจากมีความไม่มั่นคงและความไม่แน่นอนในระดับโลก คนจึงเริ่มกลัวว่าธุรกิจที่ลงทุนอยู่เอย อสังหาที่ถือครอบครองอยู่เอย หรือแม้กระทั้งสกุลเงินใดสกุลหนึ่งที่ตนถืออยู่นั้น อาจปรับตัวลดลงอย่างมีนัยยะหรือเจ๊งหายไปเลยก็ได้ ซึ่ง ณ​ เวลาเหล่านี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ราคาทองคำเองมักปรับขึ้นพอสมควร เมื่อนักลงทุนต่างต้องการรักษาเงินที่ตนเองมีอยู่

  • ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง (ทำให้ทองราคาขึ้น)

ตั้งแต่ไหนแต่ไร ราคาทองคำถูกอิงกับค่าเงินดอลลาร์มาตลอด ซึ่งเป็นสกุลที่ถูกใช้แพร่หลายมากที่สุดในโลก

การที่ค่าเงิน dollar อ่อนตัวลง และทองคำถูกตั้งด้วยราคา USD (ดอลลาร์ สหรัฐ) ทำให้ต้นทุนในการซื้อทองคำถูกลง ซึ่งทำให้มีคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นโอกาสนี้ และรีบเข้าไปซื้อทองคำตอนที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว

  • ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมภาคอิเล็กทรอนิกส์และภาคเครื่องประดับ (ทำให้ทองราคาขึ้น)

หากคุณไม่รู้ว่าทองคำนั้นนำไปใช้กับอะไรบ้าง ให้คุณคิดถึงเครื่องประดับเป็นอย่างแรก

รู้หรือไม่ว่า มากกว่า 50% ของทองคำที่ถูกขุดออกมาแล้วถูกนำไปใช้เป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ แหวน และ กำไล เป็นต้น

แล้วรู้หรือไม่ว่าประเทศจีนและอินเดียเป็นสองประเทศที่มีความต้องการทองคำมากที่สุดในโลก

จีนมีความต้องการใช้ ทองคำ ประมาณ 900 ตันต่อปี

อินเดียมีความต้องการใช้ ทองคำ ประมาณ 800 ตันต่อปี

(สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็น อันดับสาม มีความต้องการเพียง 150-200 ตันต่อปี คิดเป็น เพียงประมาณ หนึ่ง ใน สี่ ของจีนกับอินเดีย)

นอกเหนือจากเครื่องประดับแล้ว ทองคำยังถูกใช้อีกมากมายในอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ เช่นการผลิต ชิปคอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่มือถือ และ อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ

นั่นหมายถึงว่า หากมีความต้องการเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมสองอุตสาหกรรมนี้ ราคาทองคำก็มักจะปรับตัวขึ้นเช่นกัน

  • Supply หรือ อุปทานของทองคำเพิ่มขึ้นหรือเปล่า (ทำให้ทองราคาลง)

หากย้อนรอยไปยังวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น เวลาที่อุปทาน (supply) ของสินค้าใดเพิ่มมากขึ้นในระบบ ราคาของสินค้านั้นมักจะปรับตัวลดลง

ทองคำก็ไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ

ยกตัวอย่างเช่น หากมีการค้นพบครั้งใหญ่ว่ามีเหมืองทองคำแห่งหนึ่งในแอฟริกามีทองคำหลายพันตันซ่อนอยู่ แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปทานของทองคำ ก็จะทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง

ในหลักการเดียวกัน หากมีกระแสต่อเนื่องว่าเหมืองทองคำจะขุดยากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต และ อุปทานของทองคำเริ่มมีความจำกัดมากขึ้น ราคาทองคำก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้น

ณ ตอนนี้ นักวิจัยได้คาดประมาณว่ามีทองคำที่ถูกขุดแล้วถึง 190,000 ตัน และคาดว่าจะมีการขุดทองเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2500-3000 ตันต่อปี

สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นนึงก็คือ มีงานวิจัยออกมาที่บอกว่าทองคำที่อยู่ใต้พื้นผิวโลก มีอีกประมาณ 50,000 ตันเท่านั้น

และนั้นหมายความว่าโลกก็กำลังจะขาดแคลนทองคำในอีกไม่ช้า…

……..

โบนัส

นอกเหนือจากปัจจัย 5 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น ทางเราจะมาเสริมสั้นๆว่าหน่วยวัดในการคิดทองคำเป็นยังไง

ถ้าเราพูดถึงราคาทองคำสากล ซึ่งอิงตาม USD หน่วยที่ใช้เรียกทองคำคือ “ออนซ์” ซึ่งคือประมาณ 28.35 กรัม

ถ้าเราพูดถึงราคาทองคำในประเทศไทย เรามักเรียกหน่วยนั้นว่า “บาท” หรือ เท่ากับ ประมาณ 15.12 กรัม

หากคุณต้องการจะเปรียบเทียบราคาทองแบบไทย (ที่นับเป็น “บาท”) กับราคาทองแบบสากล (ที่นับเป็น “ออนซ์”)

แบบเร็วๆ ให้คุณนำราคา ทองคำสากลที่ใช้ “ออนซ์” คูณกับ 15 ซึ่งก็จะได้ตัวเลขต่อ “1 บาท” ในไทย

หมายความว่าหากราคาทองคำโลกตอนนี้ อยู่ที่ 1500 USD ต่อ ออนซ์ ราคาทองคำเป็นบาท ก็จะตกอยู่ราวๆ 1500 x 15 = 22500 บาท ต่อหนึ่งบาท (สมมุติฐานว่า 1 ดอลลาร์ เท่ากับ  30 บาท)

(ราคาทองคำต่อออนซ์ตั้งแต่ปี 1974)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ gold prices in 1800

related posts